Listen

Description

เพลง Meri Awaaz Hi Pehchaan Hai
เป็นเพลงที่ดัดแปลงมาจากเพลงประกอบภาพยนตร์ Kinara ชื่อเพลงมีความหมายว่า รู้จักหรือจดจำที่เสียงของฉัน
ลตา มังเคศการ์
วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 ลตา มังเคศการ์ ได้อำลาจากโลกไปแล้ว ชาวอินเดียหลายคนเรียกวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า Black Sunday นอกจากในอินเดียแล้ว สำนักข่าวโลกอื่น ๆ ก็รายงานข่าวเรื่องนี้ด้วย

ผมได้เขียนความเรียงลงในเฟซบุ๊กวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เพื่อไว้อาลัยแด่เธอ โดยตั้งชื่อความเรียงนี้ว่า “แด่ ลตา มังเคศการ์ ด้วยอาลัยยิ่ง” วันนี้ก็จะนำเนื้อหาบางส่วนจากความเรียงนี้มาใช้ในรายการวันนี้ด้วย แต่ที่จะแตกต่างก็จะเป็นการเปิดเพลงที่ขับร้องโดยคุณลตา เปิดแบบสั้น ๆ เพื่อให้ผู้ฟังได้มีโอกาสลิ้มรสของเสียงที่ผมเรียกว่าสุดยอดที่สุดแห่งโลกด้วย

ชีวประวัติของลตา มังเคศการ์
เธอเกิดวันที่ 28 กันยายน ค.ศ. 1929 สมัยที่อังกฤษครองอินเดียอยู่ ชื่อเดิมของเธอคือ เหมา (Hema) เปลี่ยนเป็นลตาในภายหลัง บ้านเกิดของเธอคืออินดอร์ (Indore) ปัจจุบันอยู่ในรัฐมัธยประเทศ (Madhya Pradesh) บิดามารดาของคุณลตาคือบัณฑิต ทีนานาถ มังเคศการ์ (Pandit Deenanath Mangeshkar) และเศวันตี (Shevanti) ทั้งคู่มีลูก 5 คน คุณลตาเป็นพี่คนโต น้องทั้งสี่ประสบความสำเร็จด้านดนตรีในระดับแตกต่างกัน น้องสาวที่ชื่อว่า อาศา โภสเล (Asha Bhosle) (ใช้นามสกุลตามสามี) ก็มีชื่อเสียงโด่งดังมาก

ที่ทั้ง 5 คนช่ำชองดนตรีก็เพราะครอบครัวมังเคศการ์เป็นครอบครัวแห่งดนตรี

พ่อทีนานาถเป็นผู้มีความรู้ความสามารถด้านดนตรีคลาสสิกอินเดีย คุณลตาได้รับการฝึกฝนด้านดนตรีตั้งแต่วัย 5 ขวบโดยคุณพ่อทีนานาถ ซึ่งเป็นสานุศิษย์ของควาลิยัร ฆรานา (Gwalior Gharana) หนึ่งในขยาล ฆรานา (Khyal Gharana) อันเก่าแก่ที่สุดในดนตรีอินเดียคลาสสิก พ่อคือผู้สร้างวัฒนธรรมดนตรีให้ครอบครัว แต่เมื่อพ่อถึงแก่กรรมก่อนวัย เพื่อนของพ่อชื่อวินายัก ทาโมทร กรรนาฏกี (Vinayak Damodar Karnataki) จึงเข้ามาดูแลครอบครัวมังเคศการ์แทน วินายักนอกจากจะเป็นผู้มีความรู้ด้านดนตรีแล้ว ยังเป็นผู้กำกับและผู้ผลิตภาพยนตร์ด้วย และแล้วเขาก็ให้โอกาสคุณลตาวัย 16 ปีในภาพยนตร์ชื่อ “Badi Maa” (แม่ใหญ่) ฉายในปี ค.ศ. 1945 ต่อมาอีกพักหนึ่งคุณลตาก็ย้ายไปอยู่บอมเบย์ (ปัจจุบันคือมุมไบ) เป็นการถาวร

ลตาจากไป
วันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 2019 คุณลตาต้องเข้าโรงพยาบาลหลังจากประสบอาการหายใจลำบาก แม้ว่าอาการจะดีขึ้นบ้าง แต่สุขภาพของเธอโดยรวมก็ทรุดโทรมลงมาก เดือนมกราคมปีนี้เธอต้องเข้าโรงพยาบาลหลังจากผลตรวจโควิดเป็นบวก และวันนี้เธอได้อำลาจากโลกไปด้วยอายุ 92 ปี

แม้คุณลตาจะจากไปแล้ว แต่เสียงร้องของเธอยังก้องกังวานอยู่อย่างไม่มีวันเลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คนอีกมากมาย

เวลามีใครบอกผมว่า จะมีสิ่งใหม่ที่ดีกว่าเข้ามาทดแทนสิ่งเก่า ผมจะไม่เชื่ออย่างเต็มใจ เพราะผมไม่เชื่อว่าจะมีเสียงร้องใดเข้ามาแทนเสียงร้องของคุณลตาได้ ผมอาจจะผิดก็ได้ แต่นี่คือความรู้สึกของผม ด้วยเหตุผลนี้ผมจึงพยายามที่จะให้ชาวไทยได้ลิ้มรสเสียงอันมหัศจรรย์ของเธอโดยเปิดเพลงที่เธอขับร้องในรายการวิทยุปกิณกะอินเดียอยู่บ่อยครั้ง หวังว่าหากใครตั้งใจฟังเสียงของเธอ แม้จะไม่เข้าใจความหมายก็ตาม ก็อาจจะเข้าใจในสิ่งที่ผมกล่าวมาได้ไม่มากก็น้อย ไม่รู้ว่าผมจะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่ก็จะพยายามต่อไปเท่าที่จะทำได้

ท้ายสุดนี้ เราทั้งสองขอขอบพระคุณคุณลตาสำหรับเสียงเพลงอันไพเราะจับใจที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมอย่างสำคัญยิ่ง และขอกล่าวตามขนบฮินดู ศาสนาที่คุณลตานับถือ ว่า “Aatma ko sadgati prapt ho” (ขอให้ดวงวิญญาณของเธอจงบรรลุถึงโมกษะเทอญ)”
________________
รายการปกิณกะอินเดีย
สุรัตน์ โหราชัยกุล และ ณัฐ วัชรคิรินทร์ ศูนย์อินเดียศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย